abocn-pic

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้าแนวทางเลือกใหม่ของเกษตรกร

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้าว่ากันว่าเป็นวิธีการเพาะเห็ดฟางที่ได้ผลผลิตดีที่สุดและปลอดภัยมากที่สุดในการเพาะอีกด้วย

เพราะจะใช้การเพาะในโรงเรือนที่เราสามารถสร้างขึ้นเองจากโครงเหล็กหรือโรงเรือนที่มีอยู่แล้วก็ได้ แต่การใช้โรงเรือนที่สร้างมาจากโครงเหล็กนั้นถึงจะมีขั้นตอนที่มากกว่าแต่จะควบคุมระบบการเพาะเห็ดได้ดีกว่าด้วย เพราะว่าการสร้างโรงเรือนด้วยโครงเหล็กนั้นจะสร้างขึ้นหลายๆโรงเรือนและจะใช้หลายๆโรงเรือน ต่างจากเมื่อก่อนที่ใช้โรงเรือนใหญ่ๆเพียงแค่โรงเรือนเดียว

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ดมีดังนี้

1.ตะกร้าพลาสติกที่มีช่องทั้งด้านข้างและด้านล่างโดยรูจะมีความกว้างxยาว 1 นิ้ว 2.วัสดุเพาะ เช่น ขี้เลื้อย 3. อาหารเสริม 4.เชื้อเห็ดฟางที่ดีมีคุณภาพ 5.ฟิล์มหรือพลาสติกที่ใช้คุมตะกร้า 6.อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น มีด,ท่อนไม้,กรรไกรเป็นต้น 7.สุ่มไก่ 8.โครงเหล็กที่ใช้เป็นเสมือนโรงเรือน

โดยจะมีขันตอนเพราะเห็ดฟางดังต่อไปนี้

ขั้นตอนแรกให้นำตะกร้าล้างน้ำให้สะอาดแล้วตากแดดสักครึ่งวัน จากนั้นให้นำขี้เลื้อยเทใส่ลงไปในตะกร้าให้ทั่วตะกร้าให้สูงประมาณ 1 นิ้วเสร็จแล้วให้นำอาหารเสริมเช่น ผักตบชวาโดยเอาผักตบชวาไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆหั่นแบบเฉียงๆหนาประมาณสักครึ่งนิ้ว นำผักตบชวาที่เตรียมไว้ใส่ลงไปเป็นชั้นที่ 2 ของตะกร้าใช้ประมาณ 1 ลิตรและแหวกตรงกลางออกให้มีช่องว่าประมาณ 1 กำปั่นของมือคน จากนั้นให้นำเชื้อเห็ดฟางที่ได้เตรียมไว้มาทำการผสมกับแป้งสาลีต่อมาเทลงบนชั้นที่ 2 โดยให้ชิดขอบของตะกร้าให้ทั่วตะกร้า เสร็จแล้วให้ทำแบบเดียวกันนี้อีก 2 ครั้ง โดยจะได้ทั้งหมด 3 ชั้น ปิดท้ายด้วยการนำขี้เลื้อยเททับชั้นบนสุดใช้ท่อนไม้กดอัดให้แน่นให้มีพื้นที่ความสูงเหลือจากปากตะกร้าลงมา ประมาณ 2-3 นิ้ว จากนั้นให้นำไปวางเรียงกันกับตะกร้าอื่นๆที่ทำเสร็จแล้วส่วนใหญ่จะใช้ 3 ตะกร้าวางเรียงกันเป็นวงกลม และจะให้อีก 1 ตะกร้าวางซ้อนกันอยู่ด้านบน

จากนั้นนำสุ่มไก่มาครอบและใช้ฟิล์มหรือพลาสติกปิดอีก 1 ชั้น วันที่ 3 ให้ย้ายไปที่โรงเรือนเหล็กและค่อยดูอุณหภูมิไม่ให้เกิน 25-30 องศาเซลเซียส ในวันที่ 8-10 ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ จะเก็บเห็ดฟางได้ถึง 4 ครั้งกันเลยทีเดียว

ในปัจจุบันการเพาะเห็ดฟางด้วยวิธีนี้นั้นสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ทั้งที่ทำแบบเป็นประจำหรือที่ทำเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย

abocn-tmaxresdefault

เกษตรทฤษฎีใหม่แก้ปัญหาให้เกษตรกรได้อย่างมั่นคง

ในประเทศไทยมีประชากรที่มีอาชีพทำการเกษตรมากที่สุดก็ว่าได้และมีกันทุกภาคพื้นที่กันเลยทีเดียว แต่การทำการเกษตรนั้นไม่ได้ทำให้ชาวเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพได้ จึงทำเกษตรกรหลายรายต้องเลิกอาชีพการทำเกษตรมาหางานอื่นทำกันเป็นจำนวนมาก บางรายยิ่งทำก็ยิ่งจะมีแต่หนี้สินเพิ่ม เนื่องจากการทำการเกษตรแบบเก่านั้นเป็นการปลูกพื้นเพียงหน้าเดียว จึงเสี่ยงในเรื่องของราคาการตลาดที่ขึ้นๆลงๆถ้าโชคดีก็ทำให้มีกำไรได้แต่ถ้าโชคร้ายขึ้นมาล่ะ นอกจากจะเหนื่อยกับการทำการเกษตรแล้วยังทำให้ต้องเป็นหนี้เป็นสินอีก เนื่องจากการขายผลผลิตไม่ได้กำไรแต่ต้องกินต้องใช้เท่าเดิม อีกทั้งชาวเกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 20 % จะอยู่นอกพื้นที่ของชลประทาน ซึ่งจะประสบปัญหาในเรื่องของน้ำที่จะนำมาใช้ในการทำการเกษตร

ทั้งนี้ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงพระราชดำริ การทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ขึ้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

โดยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่มีดังต่อไปนี้

ให้แบ่งที่ดินเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่ 1 ให้ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา 30% ของพื้นที่ ส่วนที่ 2 ให้ทำนา 30% ของพื้นที่เช่นเดียวกัน ส่วนที่ 3 ให้ปลูก พืชสวนพืชไร่และไม้ยืนต้นแบบผสมผสานกันไปหลากหลายชนิดและให้สอดคล้องกันเช่น ปลูกต้นสักพร้อมกับต้นชะพู เพื่อให้ทั้งสองได้เกื้อกูลกัน โดยให้ต้นชะพูเกาะรอบต้นสักแทนการใช้อย่างอื่นมาทำเป็นเสาร์เพื่อให้ต้นชะพูเกาะเลื่อย ส่วนที่ 4 ให้สร้างเป็นที่อยู่อาศัย และปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆนานาชนิด และให้ทำการเพาะเห็ด และเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เลี้ยงหมูเป็นต้น ซึ่งในส่วนที่ 4 นี้จะใช้พื้นที่ 10 % ของพื้นที่ทั้งหมด

เพียงเท่านี้เกษตรกรก็จะมีน้ำที่ใช้เป็นบ่อเลี้ยงปลาและเป็นบ่อที่มีไว้สำหรับกักเก็บน้ำในหน้าฝนเพื่อเอาไว้ใช้ทางการเกษตรได้ตลอดทั้งปี และจะมีรายได้หลายหลายช่องทางทั้งจากการทำนา เลี้ยงปลา พืชผักผลไม้ พืชผักสวนครัว หมู เห็ด เป็ด ไก่ ได้หมดทั้งสิ้น

หากเกษตรกรได้ทำตามขั้นตอนทั้งหมดมานี้ได้ก็จะมีชีวิตที่มั่นคงมีรายได้ที่คงที่และมีเวลาให้กับครอบครัว ซึ่งจะทำให้สังคมมีทั้งสิ่งแวดล้อมที่ดีและสุขภาพที่ดีอีกด้วย

abocn-cycle

เกษตรผสมผสานมีดีอย่างไรกับเกษตรกร

คำว่าเกษตรผสมผสานนั้นก็คือการปลูกพืชผักผลไม้หรือพืชผักสวนครัวต่างๆหลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน เป็นหลักการและแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำริ ซึ่งการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้นมีประโยชน์อย่างมากในหลายๆเรื่องเช่น สร้างรายได้ตลอดทั้งปี ไม่กลัวเรื่องของราคาตกในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด

เกษตรผสมผสานสามารถทำได้จริงและเห็นผลถึงแม้จะมีแค่พื้นที่อยู่ไม่มากแต่ก็สร้างรายได้มาแล้วเดือนละเป็นแสนต่อเดือนต่อไร่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเกษตรกรเอง เรามาดูตัวอย่างของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จกันเลยดีกว่าครับว่าเขาปลูกอะไรและมีรายได้เท่าไหร่กันบ้าง จะยกตัวอย่างเกษตรกร ดังนี้

เกษตรกรรายนี้ มีเนื้อที่อยู่ 7 ไร่ครึ่ง แบ่งไปปลูกกล้วย 800 ต้น มะเขือพวงไร้หนามอีก 2,000 ต้น และยังมีพืชผักสวนครัวต่างๆรอบๆของพื้นที่ในสวนอีกด้วย มีทั้ง ข่า ตะไคร้ ขิง กะเพรา โหระพา พริก เป็นต้น และยังมีบ่อปลาอีก 11 บ่อ มีทั้งปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ซึ่งเกษตรกรรายนี้ได้บอกว่าเขาสามารถสร้างรายได้เฉลยเดือนละ 20,000-30,000 ต่อเดือน ทั้งนี้รายได้หลักๆก็จะมาจากมะเขือพวงไร้หนามที่ได้ปลูกไว้ 2,000 ต้นซึ่งเมื่อถึงเวลาให้ผลผลิตก็จะเก็บขายได้ตลอดทั้งปีและที่สำคัญถ้าเราไม่เก็บผลของมะเขือพวงไร้หนามก็จะไม่ออกใหม่เหมือนกัน และรายได้อีทางก็มาจาก ผลผลิตจากกล้วย ที่ได้ปลูกไว้ 800 ต้นก็จะสามารถนำทั้งผลกล้วย หัวปี และหนอ ขายได้อีกเช่นกัน ส่วนรายได้เสริมก็มาจากปลาที่ได้เลี้ยงไว้อีก 11 บ่อ รวมทั้งพืชผักสวนครัวอื่นๆอีกด้วยทั้งนี้ พืชผักสวนครัวทั้งหลายยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่ากับข้าวได้อีกด้วย

เกษตรกรรายนี้ได้เล่าว่าหากเจอปัญหาในเรื่องของรายในการขายที่ต่ำก็จะไม่ทำให้เขาขาดทุนเพราะว่ายังมีรายได้จาดทางอื่นอีกด้วย ทั้ง ปลาที่ได้เลี้ยงไว้และพืชผักอีกกว่า 10 ชนิดที่มีอยู่ การทำเกษตรผสมผสานทำให้มีรายได้แบบรายวันโดยใน 1 เดือน จะมีรายได้จากการทำเกษตรผสมผสานเกือบแทบจะทุกวัน จึงไม่ต้องไปหากู้เงินมาเป็นก้อนๆเพื่อที่จะลงทุนในการซื้อปุ๋ยในการทำเกษตร ซึ่งการทำเกษตรโดยปลูกพืชแค่ชนิดเดียวนั้นหากราคาตกต่ำก็จะทำให้ขาดทุนและเป็นหนี้ได้ อีกทั้งเกษตรกรยุคใหม่มักจะใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนพวกการใช้ปุ๋ยที่มีสารเคมีต่างๆ เพื่อผลผลิตที่ดีและราคาถูกกว่าอีด้วย เห็นไหมละครับว่าการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้นมีดีและมีความต่างกับการทำเกษตรแบบเดี่ยวอย่างไร

abocn-Fish-hd

การเลี้ยงปลานิลแบบไหนไม่ให้ขาดทุน

เกษตรกรทั้งที่มีพื้นฐานในการเลี้ยงปลานิลอยู่แล้วหรือเป็นเกษตรกรใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลานิลเลยก็ตาม ถ้าอยากจะเลี้ยงปลานิลขายควรศึกษาข้อมูลได้จากที่นี่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการขาดทุนในการทำการเกษตร

1.ควรใช้บ่อดินในการเลี้ยงปลาเพื่อที่จะทำให้ปลามีความใกล้เคียงกับปลานิลธรรมชาติมากที่สุด และยังลงทุนน้อยอีกด้วย

2.สถานที่ที่จะใช้เลี้ยงปลา ควรมีแหล่งที่มาของน้ำ เช่น บ่อน้ำ หรือ ลำคลอง หรืออาจจะเป็น น้ำจากชลประทานก็ได้ เพื่อเอาไว้ใช้ในการปรับถ่ายน้ำในบ่อปลา

3.เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องสูบน้ำ แห อวน เพื่อใช้ในการจับปลา

4.แหล่งที่มาของอาหารหรือวัชพืช เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา แหน สาหร่ายตามลำคลองเป็นต้น วัชพืชเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารปลาแทนอาหารเม็ดเพื่อลดต้นทุนในการเลี้ยงได้ สิ่งสำคัญๆก็มีประมาณนี้

เรามาดูขั้นตอนในการเลี้ยงปลากันเลยดีกว่าครับ อันดับแรกเราต้องคำนวณขนาดของบ่อปลาเพื่อที่จะใช้ในการเลี้ยงปลากันก่อนนะครับ โดยที่ 1 ไร่สามารถ เลี้ยงปลานิลได้ 800-1000 ตัว ไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป เพราะถ้าหากเราเลี้ยงปลานิลในจำนวนที่มากเกินไปก็จะทำให้ปลานิลในเวลาที่โตขึ้นมานั้นจะมีพื้นที่ที่ไม่พอ และจะทำให้ปลานิลที่เราเลี้ยงไว้นั้นโตช้าหรือไม่โตเนื่องจากมีพื้นและอากาศไม่เพียงพอกับปลาที่อยู่ในบ่อ

การเลี้ยงปลานิลแรกๆนั้นควรเฝ้าระวังศัตรูทั้งหลาย เช่น กบ เขียด ปลาดุก ปลาช้อน ปลาชะโด วรนัสฯลฯ เพราะการเลี้ยงปลานิลในระยะแรกๆจะใช้ปลานิลตัวที่มีขนาดแค่ 3-5 ซม.เท่านั้น วิธีกำจัดศัตรูของปลานิลได้แก่การสูบน้ำในบ่อเลี้ยงปลานิลออกให้หมดก่อนนำปลาลงไปเลี้ยงเพื่อเป็นการเคลียร์บ่อและพักบ่อ

ควรใช้กระชังมุ้งไนล่อนสีฟ้าล้อมรอบบ่อเพื่อเป็นการกันสัตว์นักล่าต่างๆลงมากินปลาในบ่อ เช่น ตะกวด หรือ ตัวเงินตัวทองเป็นต้น

วิธีการปล่อยปลาลงไปในบ่อ เมื่อเราซื้อพันธุ์ปลามานั้นจะมาในรูปแบบถุงเราไม่ควรที่จะปล่อยปลาในถุงลงไปในบ่อเลี้ยงปลาทันที ให้นำถุงพันธุ์ปลาวางแช่ลงไปในบ่อน้ำสัก 1-2 ซม.ก่อน เพื่อให้ปลาได้เตรียมตัวปรับตัวเข้ากับน้ำที่มีอุณหภูมิที่ต่างกัน เมื่อครบตามเวลาที่เหมาะสมแล้วให้เปิดปากถุงโดยให้น้ำในบ่อปลาเข้ามาและให้ปลาที่อยู่ในถุงว่ายออกไปเอง ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญมากๆเพราะการกระทำแบบนี้จะช่วยทำให้ปลาแข็งแรงแล้วยังช่วยลดความเสียงของตัวปลาที่จะตายได้อีกด้วย หลังจากนั้นเราก็เลี้ยงปลาโดยการใช้อาหารหลักสัก 30-50% เพื่อที่จะใช้อาหารที่หาได้จากวัชพืช 50 หรือมากกว่า 50% ก็ได้เพื่อเป็นการลดต้นทุน โดยส่วนใหญ่ปลานิลจะเลี้ยงอยู่ประมาณ 12 เดือนขึ้นไป หรือจะจับขายได้ตามขนานที่ตลาดต้องการ ปลาที่มีอายุ 12 เดือนจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2-3 ตัว/กก.

เนื่องจากปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายโตไวและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากจึงทำให้เกษตรที่เลี้ยงปลานิลมักจะได้กำไรในจำนวนมาก และน้อยนักที่เกษตรกรเลี้ยงปลานิลตามวิธีข้างต้นนี้แล้วขาดทุน เพราะราคาทางตลาดจะมีราคาไม่ขึ้นลงไม่ห่างมากนักและค่อนข้างจะคงที่

 

 

abocn-tSlideshow

ดื่มแล้วร่างกายแข็งแรงสุขภาพดีกับเกษตรฟาร์มโคนม

ถ้าถามถึงเกี่ยวกับการทำเกษตรนั้นในประเทศไทยของเรานั้นมีมากหลายอย่างหลายชนิดแต่ถ้าพูดถึงเกี่ยวการทำงานด้วยแรงงานคนนั้นคนไทยเราก็ต้องคิดถึงเกี่ยวกับการทำการเกษตรนั้นเองเกษตรคือการทำไร่สวนการทำนาหรือการทำเกี่ยวกับการทำฟาร์มเลี้ยงปลาเลี้ยงสัตว์นั้นเองแต่ที่เราจะเอามาพูดคุยพูดถึงกันก็คือฟาร์มโคนมนั้นเองถ้าถามถึงว่าฟาร์มโคนมนั้นดีอย่างไรคนเราหรือมนุษย์เราที่เกิดมานั้นก็ต้องดื่มนมจาแม่หรือจากสัตว์นั้นเองและนี่ก็คือที่มาของการเพราะเลี้ยงโคนมนั้นเองชาวเกษตรกรนั้นมุ่งนั้นเพื่อที่จะเลี้ยงโคนมนั้นเพื่อนำเอานมของมันมาดื่มมากินนั่นเองเพราะว่าชาวเกษตรกรนั้นมีความเห็นว่าในน้ำนมโคนั้นมีโปรตีนมากและเหมาะแก่ร่างกายของมนุษย์อิกด้วยเลยได้มีการจัดตั่งสถานที่ทำฟาร์มโคนมเลี้ยงกันนั่นเองและนี่ก็คือจุดประสงค์หลักของการทำโคนมนั่นเองและโคนมที่ชาวเกษตรนั้นสามารถที่จะนำมาให้กินกันนั้นต้องมีอายุสี่ปีขึ้นไปเพราะว่าช่วงนี่เป็นช่วงที่วัวเจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็เจริญเต็มวัยแล้วสารอาหารที่ได้จากน้ำนมวัวนั้นจะมีมากเยอะเลยทีด้วยและโปรตีนก็เยอะอิกด้วยแล้วชาวเกษตรกรยังสามารถนำเนื้อของวัวมานำจำหน่ายเป็นวัวเนื้อได้อิกด้วยเนื่องจากได้ทั้งสองอย่างเลยเหมือนทำงานหนึ่งอย่างแล้วได้รายได้สองกำไรนั่นเองของดีของการทำเกษตรกรประเภทนี้ก็คือสามารถนำน้ำนมจากเต้าวัวโคนมนั้นสามารถมานำส่งไปขายที่ต่างประเทศได้อิกด้วยแล้วต่างประเทศที่ให้การตอบรับมากที่สุดนั่นก็คือประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเองเพราะว่าประเทศของเค้านั้นรับประทานนมอย่างน้อยวันละสามถึงสี่ลิตรนั่นเองเลยทำให้ชาวเกษตรกรนั้นมีรายได้เพิ่มมหาศาลอิกด้วยนั่นเองและยังทำให้คนไทยมรายได้และไม่ตกงานอิกด้วยแล้วไม่ต้องไปทำงานให้แรงงานต่างประเทศอิกด้วย

 

 

abocn-fujitsu

รู้ลึกรู้ทันก้าวทันตามโลกใหม่กับเกษตร 360 องศา

ถ้าเรามาพูดคุยเกี่ยวการชีวิตคนในสมัยก่อนและปัจจุบันมันชั่งแตกต่างกันมากเลยเนื่องจากเมื่อก่อนนั้นการเกษตรสมัยนั้นยังไม่เจริญเหมือนสมัยนี่เนื่องจากเมื่อก่อนคนไทยนั้นยังใช้สัตว์ในการใช้งานแทนคนอิกด้วยเนื่องจากประหยัดเวลาการทำงานอิกด้วยแต่วันนี่เราจะมาพูดรวมๆเกี่ยวกับเครื่องมือและต้นไม้พืชพันธ์ที่ชาวเกษตรนิยมทำนิยมใช้และนิยมเอามาปลูกกันและที่ชาวสวนชาวไร่นำมาใช้นำมาปลูกนั้นนั่นก็คือเครื่องยนต์ที่เรียกว่าเครื่องเกี่ยวข้าวที่ชาวไร่นานั้นเอาเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเกษตรและยังเป็นสิ่งที่ชาวเกษตรกรนั้นขนาดไม่ได้อิกด้วยเพราะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของชาวไร่การเกษตรและพืชพันธ์ที่ชาวไร่ชาวสวนนั้นนำเอามาปลูกกันใช้สอยกันในชีวิตประจำวันนั้นมีมากมายหลายอย่างยกตัวอย่างเช่นอ้อยข้าวโพดนั้นชาวเกษตรส่วนมากมักจะนำเอามาปลูกมาใช้กันมากในประเทศไทยบริเวณจังหวัดสระบุรีเพราะว่าสามารถใช้เครื่องอุปกรณ์การเกษตรได้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองดอกข้าวโพดและยังสามารถใช้เครื่องบดอ้อยได้นั่นเองและยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวเกษตรไร่สวนนั้นมีรายได้ที่ดีและยังมีรายได้เสริมที่นำมาใช้กันในครอบครัวและถ้าถามถึงเกี่ยวกับการเกษตรของไทยและต่างประเทศนั้นหน้าที่การทำงานก็จะแบ่งแตกต่างกันไปตามสถานที่และภูมิภาคการทำงานนั้นๆและยังมีเครื่องยนต์ที่ไม่เหมือนกันอย่างเช่นประเทศไทยมีพื้นที่ร้อนและดินแห้งเหมาะแก่การใช้งานเครื่องยนต์แบบไถมากกว่าต่างประเทศเพราะว่าต่างประเทศนั้นมีพื้นที่พื้นดินที่เหนี่ยวเลยไม่เหมาะแก่การใช้งานเครื่องยนต์สักเท่าไหร่แต่เหมาะกับการใช้ในการปลูกพืชผักสวนครัวมากกว่าและผลไม้ต่างๆนั่นเองอิกด้วยและสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างชาวไร่ของประเทศไทยนั้นกับต่างประเทศจะมีการทำงานที่ไม่เหมือนกันเนื่องด้วยประเทศไทยร้อนเลยต้องทำงานตอนเช้าๆต่างจากต่างประเทศที่มีความหนาวเย็นเลยทำให้ต้องใส่เสื้อผ้าที่หนาๆเพื่อนป้องกันความเหน็บหนาวเลยทำให้ประเทศของเค้านั้นเลยมีผลผลิตที่ไม่เยอะมากเหมือนของประเทศเรานั่นเอง

abocn-t-bw

เกษตรคือสิ่งสำคัญของวงจรชีวิต

เกษตรถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตเพราะเกษตรถือได้ว่าเป็นปัจจัย 4 ของสิ่งมีชีวิตเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะมนุษย์ โดยไม่ว่าจะเป็นการกินการนอนของมนุษย์ในสมัยนี้ เกษตรก็ถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญและมีส่วนช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้มากเลยที่เดียว อย่างเช่น การผลิตทางพืช สัตว์ ป่าไม้ และการประมง

การผลิตทางพืช ยกตัวอย่างคร่าวๆให้เห็นได้ชัดคือ

การปลูกข้าว ข้าวถือได้ว่าเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อมนุษย์ในส่วนใหญ่โดยที่มนุษย์จะต้องกินข้าวเพื่อดำรงชีวิตและข้าวก็ยังสามารถนำไปแปลรูปได้อีกไม่ว่าจะเป็น ของหวาน ขนม แป้งทำอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่มีแอลกอฮอล์ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป

การปลูกพืชผักสวนครัว เช่น ผักต่างๆไม่ว่าจะเป็น มะนาว พริก ขิง ข่า ตะไคร้ เป็นต้น เพื่อนำมาปรุงรสหรือเป็นเครื่องเคียงของอาหารนั้นๆแถมพืชบางชนิด ยังเป็นยาสมุทรไพรที่ช่วยให้หายจากโรคต่างๆได้อีกด้วย

การปลูกป่าไม้หรือต้นไม้ ต้นไม้นอกจากให้อากาศที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ต้นไม้ยังสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือมนุษย์ก็ตาม เช่น นกทำรังอยู่บนต้นไม้ ลิงกินนอนอยู่บนต้นไม้ และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย มาถึงมนุษย์กันบ้าง มนุษย์ก็นำไม้จากต้นไม้มาปลูกเป็นที่อยู่อาศัยหรือสร้างเป็นบ้านนั้นเอง อีกทั้งยังสามารถผลิตสิ่งทอ ซึ่งนำมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่มได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าต่างๆที่มาจาก ฝ้าย ป่าน ปอ

มาถึงการเกษตรที่เกี่ยวกับ สัตว์ กันบ้าง ได้แก่การเลี้ยงสัตว์เพื่อนำมาทำเป็นอาหารหรือใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่นการทำไร่ทำนาก็ใช้สัตว์เป็นเครื่องทุ่นแรงในการไถนาควรดิน

และการเกษตรอย่างสุดท้ายก็คือคือการประมง ได้แก่ การจับปลาหรือการเลี้ยงปลามาบริโภคนั้นเอง

การเกษตรที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้นอกจากจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ผลิตแล้ว ยังสามารถเป็นอาชีพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการลดรายจ่ายสร้างรายได้อีกทั้ง ยังลดการตกงาน มีอาชีพที่มั่นคงและยังยืน