cows-feeding-on-a-field-s

หลายคนอาจคงเคยได้ยินเรื่อง “เกษตรแผนใหม่” ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ แนวคิดของมันตรงกันข้ามกับ “แนวทางเกษตรอินทรีย์” ซึ่งมีแบบแผนที่มุ่งเน้นในการพัฒนาผลผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศโดยรอบ การมาของเกษตรแผนใหม่ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่า มันจะสร้างความเสียหายให้แก่สิ่งแวดล้อมในระยะยาวหรือไม่ ในขณะที่เกษตรอินทรีย์นั้น ยังเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

แนวทางเกษตรอินทรีย์ คืออะไร

แนวทางเกษตรอินทรีย์ เป็นการทำเกษตรกรรมที่เน้นความสำคัญในหลายด้าน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องระบบนิเวศ หากเกษตรกรไม่เห็นความสำคัญของระบบนิเวศ ก็จะไม่มีดินคุณภาพดีให้เอาไว้เพาะปลูก พืชผักก็จะไม่เจริญเติบโต เกษตรอินทรีย์จึงมีแนวคิดเดินร่วมกันระหว่าง “ผลผลิต” กับ “สิ่งแวดล้อม” เพื่อรักษาดินให้มีคุณภาพดี แล้วในที่สุดก็จะได้ผลผลิตคุณภาพเป็นการตอบแทน แนวทางปฏิบัติประกอบไปด้วย 3 ข้อ ได้แก่

1.การเกษตรปลอดสารพิษ ในการจะรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เกษตรอินทรีย์จึงมีแนวทางที่จะเพาะปลูกพืชโดยปราศจากปุ๋ยเคมี หรือการฉีดสารเคมีกำจัดแมลง เพราะการใช้สารเคมีเหล่านี้ จะทำให้เกิดความเสียหายกับดิน กับจุลินทรีย์ที่อยู่ในดิน รวมถึงแมลงบางชนิดที่ให้ประโยชน์แก่พืช ทั้งหมดเหล่านี้จะกลายเป็นผลเสียมากกว่าดี ทำให้พืชผลไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี และอาจมีโรคตามมาด้วย

2.บำรุงรักษาดิน เป็นหัวใจสำคัญของเกษตรอินทรีย์ เมื่อดินมีดี ก็ไม่มีพืชผล ปกติแล้วดินในธรรมชาติจะปกคลุมไปด้วยซากพืชกับใบไม้อยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้จะย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุ ช่วยมอบความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน รักษาดินจากการถูกกัดเซาะของหน้าดิน สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แก่การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทำให้ดินมีความร่วนซุย สามารถดูดซึมน้ำจาก หรือ แร่ธาตุจากผิวบินมาเก็บเอาไว้ได้มากขึ้น หลักการปฏิบัติจึงเน้นการหาอินทรียวัตถุทั้งหลาย มาช่วยคลุมหน้าดินให้มากที่สุด เพื่อให้กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ช่วยบำรุงพืชผล แล้วด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืชเป็นอย่างมาก

3.เน้นพึ่งพาปัจจัยที่ผลิตขึ้นได้เอง เช่น การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตขึ้นเอง เมล็ดพันธุ์ที่เก็บได้ ฯลฯ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในทางการเกษตร จึงต้องหาวิธีพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่ในบางกรณีที่มีพื้นที่จำกัด ก็อาจมีความจำเป็นจะซื้อปัจจัยเหล่านี้จากภายนอกเข้ามาเสริมได้ แต่อย่างน้อยเราก็ควรเลือกใช้ของที่ตนมีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก่อนจะหันไปพึ่งพาจากที่อื่น ซึ่งเป็นไปตามหลักความพอเพียงของในหลวง ร.9 ที่เกษตรกรไทยยึดมั่นคำสอนนี้มาอย่างยาวนาน